พญาเสือมหาบารมี

คุณสมบัติสินค้า:

Share

Share

พญาเสือมหาบารมี  เนื้อเงิน 
หมายเลข ๒๒
หลวงพ่อโปร่ง  โชติโก วัดถ้ำพรุตะเคียน จ.ชุมพร





















พุทธาภิเษก 9 ก.พ.2558
 
ประวัติ (หลวงพ่อโปร่ง โชติโก)
ช่วงเป็นฆราวาส
สถานะเดิม ชื่อ โปร่ง นามสกุล อยู่กลัด เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ ตรงกับวันอังคาร แรม ๘ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเมีย ณ.บ้านเลขที่ ๖๓/๑/๑ หมู่ ๕ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี โยมบิดาชื่อ นายเปรื่อง อยู่กลัด ส่วนโยมมารดาชื่อ นางทองหล่อ อยู่กลัด หลวงพ่อท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด ๔ คน เป็นชาย ๓ คน หญิง ๑ คน ท่านเป็นบุตรคนที่ ๒ ปัจจุบันพี่สาวและน้องชาย ได้เสียชีวิตแล้ว ยังเหลือน้องชาย ๑ คน ตอนเป็นเด็กจนกระทั่งเป็นหนุ่ม ท่านดำเนินชีวิตเหมือนกับเด็กทั่วไป ท่านเรียนประถมศึกษา ตั้งแต่ชั้นประถม ๑ – ๓ ที่โรงเรียนวัดรางกำหยาด ต.บางภาษี อ.บางเลน จ.นครปฐม ส่วนชั้นประถมปีที่ ๔ ท่านได้ย้ายมาเรียน ที่โรงเรียนชมนิมิต ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

การอุปสมบทครั้งแรก
พออายุ ๒๐ ปี ท่านก็ได้อุปสมบทตามประเพณี อย่างคนหนุ่มที่เป็นชาวพุทธทั่วไป ช่วงที่ท่านบวชนั้นเป็นช่วงเกิดการปฏิวัติพอดี มีชื่อเรียกว่า กบฏแมนฮัดตัน ช่วงที่ท่านบวชอยู่ ๑ พรรษานั้น ท่านได้ไปเรียนกัมมัฏฐานกับหลวงปู่หลิมที่ วัดน้อยเมืองชล (การภาวนาหลวงปู่หลิมสอนว่า ตอนนอนให้ว่า อะระหัง สุขคะ ตะถานัง พอตอนตื่นนอน ให้ว่า อะระหัง สุคะโต ภะคะวา เสด็จครรไล ในอัฏษฏางคิกกะมรรค และก็ให้บริกรรมคำว่า อรหัง) แต่ตอนหลังได้มีผู้หญิงมาชอบ ท่านเห็นว่าจะอยู่ไม่ได้ก็เลยสึกออกมาใช้ชีวิตฆราวาสอีกครั้ง หลังจากสึกแล้วท่านก็ไปอยู่ที่หัวหิน ไปทำงานเป็นนายท้ายเรือตังเก ลากอวนอยู่ที่หัวหิน บางครั้งก็ไปลากถึงประเทศเขมร จากนั้นท่านได้มีครอบครัว โดยได้ลูกสาวตำรวจมาเป็นคู่ชีวิต มีบุตรด้วยกัน ๓ คน พอมาพักหลังได้เกิดมีปัญหาครอบครัว ท่านจึงได้คิดกลับมาอุปสมบทอีกครั้ง

ประวัติช่วงอุปสมบทครั้งที่ ๒
เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๙ ที่วัดนาขวาง ต.กาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร วันที่ ๒๔ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙ มีพระอุปัชฌาย์ คือพระครูสมุทรธรรมสุนทร (หลวงพ่อสุด) พระกรรมวาจาจารย์คือ พระอาจารย์น้อย พระอนุสาวนาจารย์คือ พระครูพยนต์ ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดนาขวาง ๑ พรรษา จากนั้นท่านก็ขออนุญาตหลวงพ่อสุดออกจาริก พอจะค่ำที่ไหนจะปักกลดที่นั่น แล้วก็เปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ

ช่วงแรกที่ท่านเดินนั้น ท่านเดินอยู่แถวภาคกลางช่วงเพชรบุรี หัวหิน แล้วก็เดินจาริกไปเรื่อย ตอนหลังก็จะไปทางเหนือ ก็เดินไป เริ่มต้นจากพระราม ๖ แล้วก็เดินตามทางรถไฟ ไปตรงบางเขน เพื่อจะไปพระพุทธบาท แต่เดินผิดทาง ไปทางลพบุรีออกไปทางหนองแซง พอไปถึงก็ไปถามชาวบ้านแถวนั้นว่า พระพุทธบาทไปทางไหน เขาบอกว่าหลวงพ่อมาผิดทางแล้ว ก็เลยเดินกลับลงมาอีก ช่วงนั้นก็หาที่ปฏิบัติธรรมด้วย ก็เดินกลับลงมาทางสุพรรณบุรี และไปวัดหลวงพ่อขอม แล้วก็ไปอ่างทอง จากนั้นจึงย้อนขึ้นมาทางบางเลน ย้อนขึ้นไปทางกำแพงแสน แล้วก็มาที่โพธาราม จากนั้นก็มาที่ชุมพร จึงได้ไปหาหลวงปู่มุมตั้งใจว่าจะไปจำพรรษากับหลวงปู่มุม แต่จำพรรษาไม่ได้ เพราะว่าหลวงปู่มุมท่านเป็นธรรมยุต ส่วนหลวงพ่อเป็นมหานิกาย ก็เลยไปจำพรรษาที่วัดถ้ำเขาพลู ที่ อ.ประทิว จ.ชุมพร

ตอนนั้นว่าจะมาหาหลวงพ่อจีต แต่ว่าหลวงพ่อจีตได้มรณภาพแล้ว เหลือแต่หลวงพ่อเภา ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดถ้ำเขาพลู ๔ พรรษา พอออกจากวัดถ้ำเขาพลู ท่านก็ได้ขึ้นไปเชียงรายจะไปหาหลวงพ่อดาบส สุมโน ระหว่างทางได้เดินไปหาหลวงปู่แหวน ต่อจากนั้นได้ไปอยู่ที่เมืองพร้าว แล้วก็ข้ามไปที่เวียงป่าเป้า ก็เลยไปเจอหลวงพ่อดาบส อยู่ที่ถ้ำปลา ก็เลยช่วยสร้างพระธาตุอยู่ที่ถ้ำปลา สร้างเสร็จปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ใช้ระยะเวลาประมาณ ๒ ปี ๒ เดือน กับอีก ๒๘ วัน

พอเสร็จจากนั้นก็ขึ้นไปอยู่ที่พระธาตุจอมกิตติ แล้วก็ออกไปจันทบุรี ไปทางปราจีนบุรี ออกไปอยู่ที่ถ้ำเสือ ตรงกับวัดจันยาควนอุบลอยู่ อ.ขลุง เข้าพรรษาที่นั้นพอดี พอออกพรรษาท่านก็ลงมาอยู่ที่ จ.ชุมพร ช่วงนั้นหลวงปู่สงฆ์มรณภาพพอดี ท่านพักอยู่ไม่กี่วัน ท่านก็เดินลงไปอยู่ที่ ตะรุเตา ที่ จ.สตูล อยู่หลายเดือน แล้วก็ออกมาอยู่ที่รัฐภูมิก็หลายเดือน จึงเดินทางต่อไปที่ควนเนียง บ้านไพ ซึ่งในเขตนั้นมีคนจีนอยู่เยอะ ท่านไปอยู่กับคนจีนเป็นส่วนใหญ่ ท่านเคยว่า “เรากับคนจีนนั้นถูกคอกันดี” หลังจากนั้นท่านก็กลับมาที่ จ.ชุมพรอีก มาอยู่ที่ ถ้ำพรุตะเคียน (วัดในปัจจุบัน)

ช่วงที่อยู่วัดถ้ำเขาพลูนั้น (ท่านได้มาพักอยู่ที่ถ้ำพรุตะเคียนอยู่หลายครั้งจนญาติโยมเริ่มรู้จักท่าน) พอปีพ.ศ.๒๕๒๘ ได้มีการเปิดป่าให้ชาวบ้าน ช่วงนี้ท่านก็ได้กลับไปกลับมาจากถ้ำเขาพลู และที่ถ้ำพรุตะเคียนแห่งนี้ จากนั้นท่านก็ได้ชักชวนชาวบ้านซื้อที่ดินสร้างวัด พอซื้อแล้ว ท่านก็อยู่ได้ระยะเวลาหนึ่ง จึงออกธุดงค์ไปอีก ตอนนั้นท่านก็ไปอยู่กับ หลวงพ่อดาบส สุมโน ที่อาศรมไผ่มรกต ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย โดยการเดินเข้าไปทางทุ่งใหญ่นเรศวร ผ่านที่อยู่ของพุทโธภาวนา แล้วออกจากพุทโธภาวนาแล้วก็ ไปที่คิดตี้ จากคิดตี้ก็มาที่ จะแก กู่ก้อง แล้วก็ขึ้นไปอยู่ที่ แก่นพระ กรูโบ ยูไนท์ ทีจอที เลตองคุ เปิ้งเคิ้ง แม่จันทะ และไปที่หนองหลวงตามลำดับเข้าพรรษาพอดี จำพรรษาอยู่ที่หนองหลวง ๑ พรรษา พอออกพรรษาก็ไปที่ ถ้ำตะโค้ะบิ๊ ออกจากนั้นก็ไปที่ อ.พบพระ แล้วก็เลยไปอยู่ที่ปางซ่าน แม่ละเมา แล้วจำพรรษาที่นั้น ออกพรรษาก็มาอยู่ที่ถ้ำเสือ เขาพระวอ อยู่สักพักหนึ่งก็ไปต่อที่ลำปาง และก็ไปเชียงใหม่ ไปอยู่ที่วัดป่าแดดกับอาจารย์บุญยืน จากนั้นก็มาหาหลวงพ่อดาบสที่ป่าอ้อดอนชัย จำพรรษา ๑ พรรษา

พอปี ๒๕๓๑ ญาติโยมก็ไปนิมนต์ท่านมาอยู่ที่ถ้ำพรุตะเคียนอีก มาอยู่ได้พักหนึ่ง พระที่มาอยู่ด้วยก่อปัญหา ท่านพิจารณาเห็นว่าไม่สงบก็เลยไปอยู่ที่จันดี แต่ญาติโยมก็ตามไปนิมนต์ท่านให้กลับมาอยู่อีก ตั้งแต่นั้นมาท่านก็อยู่เป็นประจำจนมาถึงทุกวันนี้ แต่บางครั้งท่านก็จะออกไปจาริก
Powered by MakeWebEasy.com