หลวงพ่อลลอ ฐานวโร

คุณสมบัติสินค้า:

Share

Share

รูปเหมือนปั๊ม พิมพ์โบราณ หลวงพ่อลลอ  ฐานวโร
รุ่นพิเศษ เสาห์๕ ปี๒๕๕๓
เนื้อสัมฤทธิ์พิเศษ (สัมฤทธิ์เงิน)









 






 
หลวงพ่อลออ ฐานวโร พระเกจิยอดนักพัฒนา ผู้สืบสายพุทธาคม หลวงพ่อพรหม ถาวโร วัดช่องแค จ.นครสวรรค์

หลวงพ่อลออ ฐานวโร วัดหนองหลวง ต.หนองหลวง อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ เป็นพระเกจิชื่อดัง พระยอดนักพัฒนาแห่งยุคนี้ พ.ศ.นี้ อีกรูปหนึ่ง ท่านมีจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ มีสมาธิจิตใจอันแน่วแน่เด็ดเดี่ยว ศิษย์เอก ผู้สืบสายพุทธาคมจากหลวงพ่อพรหม ถาวโร พระเกจิชื่อดังของชาวจังหวัดนครสวรรค์ วัตถุมงคลของท่านที่สร้างแต่ละครั้งแต่ละคราว ล้วนได้รับความนิยมจากนักสะสมพระเครื่องเป็นอย่างมาก ด้วยแรงศรัทธาจากประชาชนทั่วประเทศ และประสบการณ์ ทั้งด้านเมตตาค้าขาย คงกระพันชาตรี และโชคลาภนับครั้งไม่ถ้วน

หลวงพ่อลออ ฐานวโร สมัยที่ยังเป็นฆราวาสท่านเป็นศิษย์ใกล้ชิดติดตามหลวงพ่อพรหม และได้รับการถ่ายทอดวิชาต่างๆ จากหลวงพ่อพรหม ซึ่งหลวงพ่อลออ สามารถเรียนรู้ได้ทั้งหมด โดยหลวงพ่อพรหมได้เอ่ยปากชมว่า ต่อไปวิชาของท่านจะตกอยู่กับหลวงพ่อลออ ซึ่งเรื่องนี้ชาวบ้านในตลาดตาคลีซึ่งเป็นศิษย์ใกล้ชิด ของหลวงพ่อพรหม และหลวงพ่อลออ รู้กันเป็นอย่างดีว่า หลวงพ่อลออ (แม้สมัยที่ท่านยังไม่ได้อุปสมบท) ได้ร่ำเรียนวิชามาจากหลวงพ่อพรหม ถึงแม้จะเป็นแค่ฆราวาส แต่ท่านก็ยังเก่งมาก และเก่งจริง เมื่อครั้งที่ท่านยังเป็นฆราวาส นับว่าเป็นกรรมการรุ่นใหญ่ของวัดช่องแค เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ในการจัดสร้างเสนาสนะ และวัตถุมงคลหลายต่อหลายรุ่นของวัดช่องแค โดย หลวงพ่อลออ ได้รับความไว้วางใจจากหลวงพ่อพรหม ให้เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างวัตถุมงคลทุกรุ่น อาทิเช่น รูปเหมือนปั๊ม รุ่นก้นระฆัง รูปเหมือนปั๊ม เนื้อทองระฆัง รุ่นเข่ากว้างหลังเต็ม หลังเตารีด และอีกหลายรุ่นมากมาย

หลวงพ่อพรหม ท่านมีวิธีการปลุกเสกวัตถุมงคลไม่เหมือนใคร ส่วนใหญ่ท่านจะปลุกเสกในบาตร จุดเทียนชัยหยดน้ำตาเทียนลงในบาตรน้ำมนต์ แล้วนำเทียนชัย วนรอบๆ ๙ รอบ แล้วจึงนำดินสอพองมาเจิมที่วัตถุมงคล เอามือคนไปรอบๆ โดยที่หลวงพ่อพรหม ท่านจะลืมตาเพ่งกระแสจิตอัดพลัง แล้วจึงนำน้ำพระพุทธมนต์ปะพรมวัตถุมงคลทั้งหลาย แล้วจะจับบาตรใส่วัตถุมงคล แล้วเพ่งกระแสจิต อีกครั้ง จนกระทั่ง วัตถุมงคลเหล่านั้น มีรังสีพุ่งออกมา หลังจากนั้นจึงจะนำน้ำพระพุทธมนต์ประพรมอีกครั้ง เป็นอันเสร็จพิธีปลุกเสก

 
ตลอดเวลาที่อยู่รับใช้ หลวงพ่อพรหม หลวงพ่อลออ ท่านได้รับการสอน ร่ำเรียนวิชา ถ่ายทอดวิชากรรมฐานของหลวงพ่อพรหม ได้แก่ การเจริญกสิณ ควบคู่ไปกับ วิปัสนาญาน เช่นการเจริญ กสิณไฟ ให้เกิดแสงสว่าง เพื่อเข้าไปดูร่างกาย เส้นเลือดใหญ่ เส้นเลือดน้อย น้ำเลือด น้ำหนอง ปอด ตับ ลำไส้เล็กใหญ่ จนสุดรอบของธาตุขัน และกำหนดเป็น อสุภทั้ง 10 จึ่งค่อยเริ่มเรียนวิชาต่างๆ ซึ่งหลวงพ่อลออ สามารถเรียนรู้ได้ทั้งหมด โดยหลวงพ่อพรหม เอ่ยปากชมว่า ต่อไปวิชาของท่านจะตกอยู่กับหลวงพ่อลออ” แต่ขณะนั้น หลวงพ่อลออ เริ่มเบื่อหน่ายต่อวิชาว่า เรียนก็ตาย ไม่เรียนก็ตาย” หลวงพ่อพรหม จึงกล่าวว่า ดี คิดได้อย่างนี้จะเก่ง” หลวงพ่อพรหมจึงถ่ายทอดสรรพวิชาที่พิศดาร ให้กับ หลวงพ่อลออ อาทิเช่น วิชานารายณ์บังถ้ำ ดั้นและด้น วิชารักษาโรค แก้อาถรรพ์ต่างๆ หลวงพ่อลออ จึงเป็นหมอฆราวาส รักษาโรคแทนหลวงพ่อพรหมเป็นบางครั้งคราว จนชาวบ้านตำบลช่องแค เรียกท่านว่า อาจารย์ละออ ตาทิพย์” 

หลวงพ่อลออ ยังคงอยู่รับใช้หลวงพ่อพรหม อยู่อย่างใกล้ชิด จนหลวงพ่อพรหม อาพาธ ก่อนมรณะภาพลง หลวงพ่อพรหม ตามองไม่เห็น จำใครไม่ได้ แต่พอหลวงพ่อลออ ไปถึงหลวงพ่อพรหม ซึ่งนอนนิ่งไม่พูดจากับใคร หลวงพ่อลออ จึงถามว่าหลวงพ่อพรหม ว่าจำผมได้ไหมครับหลวงพ่อ หลวงพ่อพรหมลุกขึ้นนั่ง แล้วบอกว่า ทำไมจะจำกันไม่ได้เล่า ออง(หลวงพ่อพรหม ท่านเรียกหลวงพ่อลออ ว่า ออง) แล้วชี้ไปที่ตาของท่านเอง แล้วพูดว่า นี้มองไม่เห็นแล้วแต่ข้างในกลับสว่างไสว จนหลวงพ่อพรหมเข้าโรงพยาบาลบ้านหมี่ และมรณภาพล
การปลุกเสกวัตถุมงคลของหลวงพ่อลออ ท่านไม่เป็นสองรองใคร เป็นพระที่มีวิชาอาคมจริง ไม่อิงคำโอ้อวด มีประสบการณ์ให้เห็นกันแบบจะจะ หลวงพ่อลออ ท่านจะปลุกเสกเหมือนกับหลวงพ่อพรหม อาจารย์ของท่าน โดยการลงธาตุ 4 ขัณท์ 5 อาการ 32 ปลุกจนองค์พระ เกิดกริยาทั้งใน อุณคหนิมิตร และปฏิภาคนิมิตร วัตถุที่ถูกปลุกหนุนธาตุจะไม่เกิดความเสื่อมพลัง อัดพลังพระ ด้วยการซาวพระ จนเกิดรัศมี ที่เป็นฉัพพรรณรังสีครบทุกประการ จนพระนั้นสามารถเดินได้ พูดได้ บอกเราได้ ว่าเป็นอย่างไหน ทางใด เมื่อมีอะไรกระทบ รังสีจะปกคลุมป้องกัน และแผ่ธาตุออกไปตลอด ส่งผลให้ไม่ว่าจะมีงานพิธีปลุกเสกพระเครื่องทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน แม้กระทั่งภาคใต้ ท่านก็ได้รับอาราธนานิมนต์ไปร่วมในพิธีเสมอ เพราะบรรดาผู้สร้างต่างเชื่อในพลังบุญฤทธิ์จิตตานุภาพ ทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว ตามหน้าหนังสือพระเครื่อง หนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆทั่วประเทศ
 
 
นับได้ว่าหลวงพ่อลออ เป็นพระคณาจารย์ที่น่ายกย่อง ท่านมีเมตตาต่อศิษย์ทุกคน วัตถุมงคลของท่านที่สร้างออกมาทุกรุ่นต่างมีประสบการณ์สูงมาก จนเป็นที่ต้องการของเหล่าศิษยานุศิษย์อย่างกว้างขวาง จนถึงต่างประเทศเลยทีเดียว เนื่องจากมีรูปลักษณ์ที่สวยงามตามแบบฉบับหลวงพ่อพรหม และคงความเข้มขลังด้วยพลังพุทธคุณ สูงสุด และจัดสร้างขึ้น ด้วยวัตถุประสงค์การสร้างที่ชัดเจน เน้นทางด้านประโยชน์ส่วนรวม ปัจจัยที่ได้จากศรัทธาญาติโยม จะถูกนำไปเป็นทุนทรัพย์ในการก่อสร้าง บูรณะ ซ่อมแซม ถาวรวัตถุและศาสนวัตถุ 

แม้วัตถุมงคลของท่านจะสร้างออกมาหลายรุ่น แต่ทุกรุ่นนั้น ท่านจะทุ่มเทเพื่อให้เป็น ของศักดิ์สิทธิ์” อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่เสกเป่าให้ผ่านไป ท่านบอกเสมอว่า ทำแล้วต้องทำให้ดีที่สุด เอกลักษณ์พิเศษของท่านคือ หลวงพ่อลออ ท่านเสกพระ ทีละองค์” ว่าด้วยการลงจารเหล็ก อักขระเป็นยันต์องค์พระ อาการ๓๒ ด้วยตัวท่านเองทุกครั้ง ทุกองค์ นับได้ว่าเป็นเรื่องสุดยอดสำหรับทางด้านพลังพุทธคุณ เพราะท่านเสกพระทีละองค์ เรื่องการอธิษฐานจิตนั้น เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า ท่านตั้งใจปลุกเสกให้อย่างเต็มที่ โดยใช้วิชาอาคมที่ร่ำเรียนมาจนเชี่ยวชาญ ปลุกเสกเข้าสู่วัตถุมงคลทุกรุ่น จนมีประสบการณ์ให้เห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งไม่ใช่การอวดอุตริแต่อย่างใด แต่เพราะด้วยชื่อเสียง และบุญบารมีของหลวงพ่อลออ นับวันก็ยิ่งโด่งดังมากขึ้น ความขลังและศักดิ์สิทธิ์ ได้สำแดงอิทธิฤทธิ์ปกปักรักษาศิษย์และผู้ที่ศรัทธา ไม่เลือกเว้น วัตถุมงคลที่ท่าน ไว้เพื่อสร้างแจกชาวบ้าน ตำรวจ และข้าราชการทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่ารุ่นใด ๆ ล้วนสร้างปรากฏการณ์อันเหลือเชื่อ เป็นที่ประจักษ์ต่อศิษย์ สาธารณชน และบุคคลทั่วไปมากมายเหลือคณานับ ในทั่วทุก
ปัจจุบันหลวงพ่อลออ ท่านเป็นหนึ่งในพระเกจิคณาจารย์ดังของภาคเหนือ ท่านมีภาพลักษณ์เป็นทั้ง พระนักสร้าง-พระยอดนักพัฒนา-พระนักปลุกเสก” มียอดผลงานการสร้างถาวรวัตถุ กับวัดของท่านเอง และวัดที่อยู่ในความอนุเคราะห์ ตั้งแต่วัดพรหมนิมิต อ.คลองหาด จ.สระแก้ววัดหนองหลวง อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์วัดหนองกระสังข์ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์วัดศรีสะอาดบัวบาน อ.บึงโขงโหลง จ.บึงกาฬ และวัดบ้านไร่ อ.ลี้ จ.ลำพูน โดยได้สร้างความเจริญให้ชาวบ้าน สร้างสาธารณะประโยชน์ของสังคมไปพร้อมกันอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๘ หลวงพ่อลออ ฐานวโร ได้มาอยู่ที่วัดหนองหลวง อ.ท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ และได้ก่อสร้างถาวรวัตถุ และเสนาสนะภายในวัดหนองหลวง เช่นศาลาธรรมสังเวช กุฎิเจ้าอาวาส กุฎิพระสงฆ์ ห้องน้ำ ห้องครัว โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้าง ประมาณ ๑๐ ล้านเศษ ด้วยระยะเวลาในการก่อสร้างเพียง ปี ก่อนหน้านี้ หลวงพ่อลออ ท่านได้อยู่จำพรรษาอยู่ที่วัดพรหมนิมิตร จ.สระแก้ว ท่านได้สร้างสาธารณะประโยชน์มากมาย อาทิเช่น ถนนหนทาง โรงเรียน สะพานข้ามคลอง เพื่อความสะดวกสบายของชาวบ้านในละแวกนั้น และศาสนะประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย
ด้วยความที่เป็นพระยอดนักพัฒนา พระเกจิผู้สร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคม เมื่อต้นปี๒๕๕๓ ท่านได้สร้างวัตถุมงคลรุ่นพิเศษ เสาร์๕ เพื่อนำไปสร้างสถานีตำรวจภูธรบางม่วง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ พร้อมทั้งจัดงานแจกทานวัตถุมงคล แจกฟรี นับเฉพาะผู้ที่มาร่วมงานในวันนั้น ก็เรือนหมื่นคน และต่อมาเมื่อต้นปี๒๕๕๔ ท่านมีดำริ ริเริ่มที่จะพัฒนาสถานีอนามัยบ้านใหม่หนองหลวง อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ โดยโครงการดังกล่าวจะเริ่มต้นพัฒนาและก่อสร้างสถานีอนามัยบ้านหนองหลวง ให้เป็น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลหนองหลวง” โดยงบประมาณที่ตั้งไว้ประมาณ ๕ ถึง ๗ ล้านบาท อาทิเช่น สร้างห้องคนไข้ผู้ป่วยฉุกเฉิน สร้างอาคารผู้ป่วยรักษาโรคแผนไทยโบราณ พร้อมทั้งจัดซื้อเครื่องมือ และอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย ตอนนี้โครงการดังกล่าวได้เริ่มพัฒนาและก่อสร้างแล้ว ชาวนครสวรรค์หรือละแวกใกล้เคียง ที่มีจิตเป็นบุญเป็นกุศลที่อยากร่วมสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้ร่วมกับหลวงพ่อลออ ก็เรียนเชิญได้ทุกวัน 

และปัจจุบัน หลวงพ่อลออ กำลังก่อสร้างศาลาการเปรียญ ที่วัดบ้านไร่ อ.ลี้ จ.ลำพูน ทรงไทยล้านนา ทำจากไม้ทั้งหลัง หลวงพ่อลออ ท่านสร้างถวายให้กับชาวบ้านอำเภอลี้ และชาวภาคเหนือ เอาไว้ใช้ให้เป็นศาสนะประโยชน์ และหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจดังกล่าวทั้งหมด หลวงพ่อลออ จะกลับไปพัฒนาต่อ ที่วัดหนองหลวง จ.นครสวรรค์ 
Powered by MakeWebEasy.com